เมื่อพัฒนาจนกลายเป็นตัวอ่อน และตัวอ่อนจะเคลื่อนตัวจากท่อนำไข่ไปฝังตัวที่ปีกมดลูก และจะเกาะติดกับผนังชั้นนอกของปีกมดลูก เกิดขึ้นประมาณวันที่ 30 และได้รับอาหารจากของเหลวที่ต่อมภายในมดลูกเรียกว่า Uterine milk ลูกโคเกาะติดกับปุ่มคอรันเคิล (Coruncles) ที่อยู่บนผิวชั้นนอกของผนังปีกมดลูก อาหารและอากาศจะส่งผ่านจากกระแสเลือดของแม่เข้าเลี้ยงตัวอ่อน ผ่านปุ่มนี้เข้าสู่รกที่หุ้ม เข้าสู่ร่างกายของตัวอ่อน

รูปที่ 4-71 : แสดงการพัฒนาตัวอ่อนระยะต่างๆ
ที่มา : มงคล (2543)

รูปที่ 4-72 : แสดงการพัฒนาของตัวอ่อนของโค
ที่มา : James and baker (2003)

รูปที่ 73 : แสดงการเจริญเติบโตของลูกในท้อง
ที่มา : บุญเสริม และบุญล้อม (2542)

รูปที่ 74 : แสดงความสัมพันธ์การตั้งท้องต่อการให้นม
ที่มา : บุญเสริม และบุญล้อม (2542)

การคลอด (Parturition)
            หลังการตั้งท้องนานประมาณ 280 วัน ก่อนคลอด 2 สัปดาห์ ควรย้ายแม่โคไปไว้ในคอกขังเดี่ยวทำความสะอาด เตรียมวัสดุรองพื้น สังเกตอาการของโค เต้านม และปากช่องคลอดมีอาการบวม ช่องท้องขยายใหญ่ เส้นเอ็นระหว่างโคนหางกับกระดูกเชิงกรานหย่อนยานลง มีอาการเบื่ออาหาร กระวนกระวาย หัวนมบวมแดงชัดเจนอาจมีนมไหลออก
การคลอดยากเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในฟาร์ม สาเหตุที่ทำให้เกิดการคลอดยาก คือ ลูกโคมีขนาดใหญ่ ความผิดปกติของฮอร์โมน เช่น ฮอร์โมนออกซิโตซิน ความผิดปกติของร่างกาย และความผิดปกติของท่าคลอด

รูปที่ 4-77 : แสดงการเจริญเติบโตและความสัมพันธ์เนื้อเยื่อของโค

กระบวนการผลิตน้ำนม
             โคนมจะมีเต้านม 4 เต้า แต่ละเต้าจะถูกแบ่งโดยเอ็น (Ligament) ในแต่ละเต้าจะมีเนื้อเยื่อทำหน้าที่สร้างน้ำนม เรียกว่า อัลวีโอลัย (Alveoli) ทำหน้าที่สร้างน้ำนมเป็นเนื้อเยื่อเซลล์ชั้นเดียวที่นำสารอาหารออกจากกระแสโลหิต เรียกกระบวนการนี้ว่า Galactopoiesis คือ การเปลี่ยนสารอาหารไปเป็นนมโดยพลังงานที่ใช้ส่วนใหญ่มาจากน้ำตาลกลูโคส ที่สร้างจากกรดโปรพิโอนิค และอัลวีโอลัย ยังเก็บน้ำนมที่ผลิตได้ในช่องว่างในเต้านม

            ที่อัลวีโอลัย (Alveoli) จะมีเสันเลือดฝอยรอบๆ และมี Myoepithelial cell กลุ่มนี้มีความไวต่อฮอร์โมนออกซิโตซิน (Oxytocin) การหลั่งฮอร์โมนออกซิโตซินจะหลั่งเมือมีการกระตุ้น เช่นการเช็ดเต้า การให้อาหารข้น และเสียงเครื่องทำให้ต่อมใต้สมองส่วนหลัง หลั่งฮอร์โมนออกซิโตซิน ในระยะเวลาอันสั้น โดยเข้ามาในกระแสโลหิตทำให้กลุ่มเซลล์กล้ามเนื้อ Myoepithelial cell เกิดการหดตัว ทำให้บีบน้ำนมไหลออกมายังช่องว่างภายในเต้านม ก่อนที่จะหลั่งน้ำนมออกมาภายนอก


 

คุณภาพน้ำนมดิบ
พิจารณาจากการตรวจสอบคุณสมบัติของน้ำนม ดังต่อไปนี้
1. องค์ประกอบของน้ำนม ได้แก่
1.1 ไขมัน (FAT) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 3.5
1.2 โปรตีน (PROTEIN) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 3.5
1.3 ธาตุน้ำนมไม่รวมไขมัน (SOLID NOT FAT) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 8.4
1.4 ธาตุน้ำนมทั้งหมด (TOTAL SOLID) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 12.5


รูปที่ 4-86 : แสดงการตรวจ SOLID NOT FAT ในน้ำนม
ที่มา : Harding (1995)


2. ความสะอาดน้ำนมและสารปนเปื้อนในน้ำนม
2.1 จุดเยือกแข็ง หรือ ค่าความถ่วงจำเพาะ
2.1.1 จุดเยือกเข็ง ควรมีค่าระหว่าง -0.520 ถึง -0.525 องศาเซลเซียส
2.2.2 ความถ่วงจำเพาะที่ 20 องศาเซลเซียส มีค่า 1.028


รูปที่ 4-87 : แสดงการตรวจความถ่วงจำเพาะ

2.2 ชั่วโมงการเปลี่ยนสีของเมทธีลีนบลูมากกว่า 4 ชั่วโมง หรือ รีซาซูรินอ่านผลที่ 1 ชั่วโมง
2.3 ปริมาณจุลินทรีย์ทั้งหมด ไม่มากกว่า 600,000 โคโลนี/มิลลิลิตร
2.4 ปริมาณจุลินทรีย์โคไลฟอร์ม ไม่มากกว่า 10,000 โคโลนี/มิลลิลิตร

รูปที่ 4-88 : แสดงอาหารเลี้ยงเชื้อจุลินทรีย์โคไลฟอร์ม

รูปที่ 4-89 : แสดงการเก็บอาหารเลี้ยงเชื้อจุลินทรีย์

2.5 ปริมาณจุลินทรีย์ทนความร้อน ไม่มากว่า 1,000 โคโลนี/มิลลิลิตร
2.6 ปริมาณเซลล์โซมาติก ไม่มากว่า 500,000 โคโลนี/มิลลิลิตร




2.7 ยาปฏิชีวนะให้ผลลบ เมื่อทดสอบด้วย Delvo Test หรือ KS - 9 หรือ ชุดตรวจสอบของ
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์


รูปที่ 4-91 : แสดงการตรวจการปนยาปฎิชีวนะในน้ำนม

การเก็บตัวอย่างน้ำนม เพื่อตรวจสอบคุณภาพน้ำนม
ควรสุ่มตัวอย่าง เป็นประจำอย่างน้อย เดือนละ 1 ครั้ง
ตรวจปริมาณจุลินทรีย์ การเปลี่ยนสีของเมทธีลีนบลู หรือ รีซาซูริน ควรเก็บตัวอย่างจาก
ถังน้ำนมรวม ใส่ในภาชนะฝาปิดในปริมาตรประมาณ 200 มิลลิลิตร


รูปที่ 4-92 : แสดงการพัฒนาของเชื้อจุรินทรีย์ในน้ำนมที่อุณหภูมิต่างๆ
ที่มา : Harding (1995)


การตรวจสอบคุณภาพน้ำนมของโคแต่ละตัว ให้เก็บตัวอย่างน้ำนมในปริมาตร 30
มิลลิลิตร และควรตรวจคุณภาพน้ำนมดิบโดยรวมของฟาร์มโคนม ให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 26 พ.ศ. 2522 และมาตราฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนมสด (มอก. 738 - 2530)

รูปที่ 4-93 : แสดงการเก็บน้ำนมที่อุณหภูมิเหมาะสม
ที่มา : Harding (1995)

รูปที่ 4-94 : แสดงการขนส่งน้ำนมในปริมาณมาก
ที่มา : James (1995)

รูปที่ 4-95 : แสดงตัวอย่างบริเวณโรงผลิตน้ำนม

รูปที่ 4-97 : แสดงขั้นตอนการพาสเจอร์ไลส์และการฆ่าเชื้อตัวน้ำนม

รูปที่ 4-97 : แสดงขั้นตอนการพาสเจอร์ไลส์และการฆ่าเชื้อตัวน้ำนม

รูปที่ 4-99 : แสดงตัวอย่างการผลิตน้ำนมพาสเจอร์ไลส์

หน้า  1  2  3  4  5  6  7  8  9  10